ผมขออธิบายการทำงานของเครี่อง 1.8 i-VTEC

ผมขออธิบายการทำงานของเครี่อง 1.8 i-VTEC ???!!!

ก่อนหน้านี้มีคนมาถามผมว่า รู้ข้างล่างนี้มันผิดหรือเปล่า
ผมก็ตอบไปว่าสงสัยรูปคงจะผิด
เพราะในรูปมีจุดที่ชวนงงอยู่หลายจุดคือ
1. ตอนเดินเบากับตอนเร่ง ดันอยู่ในตำแหน่ง VTEC OFF ด้วยกันทั้งคู่
2. high cam ดันอยู่ด้านข้าง แล้ว eco cam กลับไปอยู่ตรงกลาง
3. ตอน VTEC ON ก็ไปล็อค high cam เข้ากับ eco cam
4. eco cam ใหญ่กว่า high cam

จนผมได้ดู vdo presentation ของเครื่อง 1.8 i-VTEC จึงเข้าใจว่า
รูปข้างนั้นนั้นไม่ได้ผิดเลยสักนิด

เนื่องจากความเข้าใจเดิมๆ เรามักจะฝังใจกันว่า
เครื่อง VTEC รอบต่ำใช้แคมเล็ก รอบสูงใช้แคมใหญ่
แต่เครื่อง 1.8 i-VTEC ตัวใหม่นี้มีการเปลี่ยนแปลงใหม่ที่ขัดกับความเข้าใจเดิมๆ
โดยรายละเอียดจะเป็นดังนี้
เครื่องมีวาล์วไอดีสองวาล์วต่อสูบ โดยแต่ละสูบจะมีแคมไอดีสามวง
แคมไอดีด้านข้างตัวหนึ่งจะยกกระเดื่องกดวาล์วตามปกติ เหมือนเครื่องธรรมดา
แคมไอดีด้านข้างอีกตัว เป็น high cam (ถ้าเป็นเครื่องรุ่นเก่าจะเป็น eco cam)
แคมไอดีตัวตรงกลาง เป็น eco cam (ถ้าเป็นเครื่องรุ่นเก่าจะเป็น high cam)

ในช่วงรอบเดินเบากับตอนเร่ง สถานะจะเป็น VTEC OFF
สลักกระเดื่องยังไม่ได้ล็อค ทำให้ high cam ยกกระเดื่องวาล์วได้ตามปกติ

ในตอนที่ขับแบบย่องๆช่วง 1000-3500rpm สถานะจะเป็น VTEC ON
สลักกระเดื่องจะล็อคกระเดื่องของ eco cam เข้ากับกระเดื่องของ high cam
ทำให้กระเดื่องของ high cam ต้องทำงานตาม eco cam
โดยeco cam จะมีระยะยกมากกว่า high cam อยู่เล็กน้อย
แต่จะมีองศาการปิดวาล์วที่ช้ามาก โดยสาเหตุที่ทำให้มีองศาปิดวาล์วที่ช้า
ก็เพื่อทำให้ลูกสูบเคลื่อนที่ขึ้นมาจนดันไอดีกลับออกไป
จนเหลือไอดีอยู่เล็กน้อยตามที่ต้องการ

//////
สาเหตุที่ต้องทำแบบนี้ก็เพราะในช่วงที่ขับด้วยความเร็วคงที่
ลิ้นปีผีเสื้อจะเปิดเพียงเล็กน้อยเท่านั้น จึงทำให้เกิด pumping loss
เพื่อลด pumping loss เขาจึงบังคับให้ลิ้นปีผีเสื้อเปิดมากขึ้น
แล้วไปลดไอดีที่เข้ากระบอกสูบด้วยการคายไอดีทิ้งอีกที
//////
12 กย. 53 แก้ไขเพิ่มเติมข้อความส่วนข้างบนนี้

ในการสลับแคมจาก normal mode เป็น eco mode นั้น
เป็นการปรับเปลี่ยนกลวัตรจาก Otto cycle เป็น Atkinson cycle
ซึ้งข้อดีของเครื่องแบบ Atkinson cycle นั้นจะมีประสิทธิภาพสูงกว่าแบบ Otto cycle
ทำให้ประหยัดเชื้อเพลิงได้มากขึ้น
ส่วนข้อเสียของเครื่องแบบ Atkinson cycle คือ จะมีกำลังต่อความจุที่ต่ำกว่า
ทำให้เหมาะกับการใช้งานที่ไม่มีการเร่งรอบเครื่องยนต์
เช่นช่วงที่เร่งแบบช้าๆ หรือขับด้วยความเร็วแบบคงที่
ถึงวันนี้คงมีหลายท่านที่ได้ขับรถที่ใช้เครื่อง R18A R20A ก็คงจะพบกันว่า
เวลาที่กดคันเร่งแบบเบาๆจะพบว่าเครื่องจะไม่เร่งพุ่ง แต่จะค่อยๆไต่รอบความเร็วขึ้นไป
ซึ่งถ้าหากกดคันเร่งลึกไปถึงระดับหนึ่ง ก็จะพบว่ารถจะเร่งพุ่งแบบผิดหูผิดตาทันที
โดยการกดคันเร่งให้ลึกแบบนี้ เครื่องยนต์ก็จะกลับมาเป็น Otto cycle เหมือนเครื่องทั่วไป

สาเหตุที่ทำให้เครื่องแบบ Atkinson cycle นั้นมีประสิทธิภาพสูงกว่าแบบ Otto cycle
นั้นเป็นเพราะในช่วงที่เป็นจังหวะอัด วาล์วไอดีนั้นยังไม่ปิด ทำให้การอัดจริงยังไม่เกิดขึ้น
การอัดจะเกิดขึ้นก็ต่อเมื่อวาล์วไอดีได้เริ่มปิดแล้ว ทำให้จังหวะอัดที่เกิดขึ้นจริงนั้นสั้นลง
ในขณะที่ช่วงที่เป็นจังหวะระเบิดยังคงเท่าเดิม จึงกลายเป็นว่าจังหวะอัดนั้นสั้นกว่าจังหวะระเบิด
จึงเสมือนได้ว่าเครื่องยนต์แบบ Atkinson นี้มีช่วงจังหวะระเบิดที่ยาวขึ้นเมื่อเทียบกับจังหวะอัด
ผลของจังหวะอัดยาวขึ้นจะทำให้ใช้ความร้อนจากช่วงระเบิดได้มีประสิทธิภาพมากขึ้น
ทำให้ประสิทธิภาพของเครื่องดีขึ้น

ส่วนลิ้นปีผีเสื้อที่เปิดมากขึ้นนั้นเป็นผลพลอยได้จากการที่สลับไปเป็น Atkinson cycle
เนื่องจากเมื่อสลับไปเป็น Atkinson cycle แล้ว กำลังจากเครื่องก็จะลดลง
เมื่อต้องการให้ได้กำลังเท่าเดิม จึงต้องเร่งเพื่อให้ลิ้นปีผีเสื้อเปิดมากขึ้น
การที่เปิดลิ้นปีผีเสื้อมากขึ้น ก็จะทำให้ pumping loss ลดลง

High-Load Condition
วาล์วยังคงทำงานตาม High Cam

Low-Load Condition
สลักจะล็อคกระเดื่องของ High cam เข้ากับกระเดื่องของ Eco cam
สังเกตุ timing ของ วาล์วไอดีให้ดีครับ จะพบว่ามันยกนานมาก

สีฟ้าในท่อไอดีของรูปซ้ายคือไอดีที่ถูกคายออก

ตำแหน่งลิ้นปีผีเสื้อ

vdo presentation สามารถดูได้ที่นี่ครับ

http://world.honda.com/HDTV/news/2005-4050705a/

ความยาว 9 นาที
ขนาดไฟล์ 69.1 MB

Create Date : 20 สิงหาคม 2548
Last Update : 12 กันยายน 2553 14:49:21 น.
This entry was posted in Uncategorized. Bookmark the permalink.

Leave a comment